 |
 |
เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับปัญหาต่างๆของสังคมไทยโดยรวบรวมองค์ความรู้จากประวัติศาสตร์เพื่อ
ตรวจสอบพัฒนาการของสังคมไทย ศึกษาโครงสร้างชั้นบนของสังคมและรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ
นำมา
ประมวลองค์ความรู้และหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม โดยการร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรต่างๆจากทุกภาคส่วน
ปัญญาชน ผู้นำศาสนาและประชาชนกลุ่มต่างๆทั่วประเทศ
มุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้โดยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
ยอมรับความต่างทั้งแนวความคิดและ
วิธีการเพื่อยกระดับองค์ความรู้และนำไปสู่ความคิดที่เหมาะสมร่วมกับการปฏิบัติในการสร้างความเข้มแข็ง
และแก้ปัญหาต่างๆในสังคมโดยสันติสุข |
|
 |
1.
การสืบค้นประวัติศาสตร์ชนชาติไตตั้งแต่ พ.ศ. 994
2. การศึกษาพัฒนาการโครงสร้างชั้นบนของสังคมไทย ตั้งแต่กำเนิดรัฐมาจนถึงปัจจุบัน
3. การสืบค้นประวัติศาสตร์ การเสียเอกราชของชาติในอดีต เปรียบเทียบกับสถานการณ์
ปัจจุบัน
4. การศึกษากฎหมายองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
5. การศึกษาปัญหากฎหมายที่ดินที่มีผลกระทบต่อการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
6. การจัดทำ Web site ให้แก่องค์กรประชาชนและชุมชน เพื่อเผยแพร่และเชื่อมโยงองค์ความรู้ของแต่ละ
ภาคส่วนทางอินเตอร์เน็ต
7. การร่วมมือและทำกิจกรรมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมต่างๆ เช่น
เครือข่ายเคลื่อนไหวสังคม, ชมรมเรา
รักครอบครัว, ประชาคมห้วยขวาง, เครือข่ายยุทธศาสตร์สร้างจิตสำนึกที่ดีงามเพื่อเอาชนะปัญหาการทุจริต
คอร์รัปชัน , เครือข่ายศึกษาสังคมไทย เป็นต้น |
|
| |
|
 |
โครงการจัดทำ
Web Site ให้แก่องค์กรประชาชนและชุมชน
วัตถุประสงค์
เพื่อเผยแพร่และเชื่อมโยงองค์ความรู้ของแต่ละภาคส่วนโดยการใช้อินเตอร์เน็ต
อันเป็นสื่อทันสมัยของ
ประชาคมโลกที่เปิดกว้างและประหยัดเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้โดยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
โดยมีความคิด
ที่เป็นอิสระ กว้างยอมรับความแตกต่างกัน นำไปสู่การยกระดับองค์ความรู้และนำไปสู่ความคิดที่เหมาะสม
สามารถนำความรู้มาร่วมกับการปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้มแข็งและแก้ปัญหาต่างๆในสังคมโดยสันติสุข
การดำเนินการ
กลุ่มศึกษาปัญหาสังคมไทยได้จัดเตรียม
พื้นที่ในอินเตอร์เน็ตสำหรับจัดทำ Web Siteโดยไม่คิดค่า
ใช้จ่ายสำหรับเครือข่ายองค์กรประชาชนชุมชนต่างๆที่มีการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม
และมีความต้องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแนวความคิด ต่อสาธารณะชนทางอินเตอร์เน็ต
โดยWeb Site
ที่จะจัดทำให้เป็นWeb Site ของแต่ละองค์กรโดยตรงขนาด 1 หน้าไม่จำกัดความยาวใส่รูปภาพได้
15 ภาพ
มีแบบฟอร์มให้ติดต่อองค์กรได้โดยตรงทาง Email สามารถปรับปรุงข้อมูลได้เองหากยังไม่มีความพร้อม
กลุ่มศึกษาปัญหาสังคมไทยจะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลให้ 6 ครั้งในระยะเวลา
1 ปี |
|
|
 |
สนับสนุนโดย
สถาบันอนาคตศึกษาศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ผู้อำนวยการสถาบันอนาคต
ศึกษาเพื่อการพัฒนา
kriengsak@bangkokcity.com,
http://www.ifd.or.th 'คอร์รัปชัน"
ดัชนีชี้วัด "ความรักชาติ"
หากความรักชาติ
หมายถึง การกระทำสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้องและยินดีเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อ
ประโยชน์ ของส่วนรวมแล้ว
การเห็นแก่ประโยชน์ของชาติมากกว่าเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง สะท้อนสำนึกความรักชาติ
ได้หรือไม่
ข้าราชการ นักการเมือง ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์
สามารถปฏิเสธผลประโยชน์อันมิชอบที่ตนเอง
จะได้รับ โดยไม่มีใครรู้เห็น สะท้อนสำนึก ความรักชาติ ได้หรือไม่
คำตอบที่ได้นั้นแน่นอนว่า
ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของข้าราชการและนักการเมืองย่อมสะท้อนความ
รักชาติ ของพวกเขา ในขณะเดียวกันการทุจริต คอร์รัปชัน ย่อมสะท้อนผลในมุมตรงกันข้ามได้เช่นกัน
จากการติดตามข่าว ในช่วงที่ผ่านมา แม้การทุจริตคอร์รัปชันอาจไม่ใช่ข่าวใหญ่
แต่การเปิดโปงคดีทุจริต
คอร์รัปชันได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมบางอย่างอาจดูเหมือนไม่คอร์รัปชันโดยตรงแต่สามารถ
สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่ไม่ซื่อสัตย์ ขาดการเห็นแก่ผลประโยชน์ของประเทศและคนในชาติ
พฤติกรรม
เหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วไปประเทศ ไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองใหญ่
ๆ ที่อยู่ในสภาฯเท่านั้นไม่ว่าจะเป็น
..การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
(ส.ว.) ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง
ใหม่ถึง 5 ครั้ง สูญเสียงบประมาณไปหลายพันล้านบาท
..การทุจริตจัดซื้อยาของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขตามโรงพยาบาลในท้องที่ต่างๆทั่วประเทศ
ซึ่งกว่าจะเปิดโปงหาผู้กระทำผิดได้ก็ใช้เวลานาน
..การทุจริตของครูในการจัดซื้อนมโครงการ
นมโรงเรียน หลายแห่งนักเรียนและครูร่วมกัน
ประท้วงเปิดโปง การทุจริต |
| |
|
| |
..หรือการทุจริตของเจ้าหน้าที่ราชการท้องถิ่นจำนวนหนึ่งที่ร่วมกันรับจ้างปลอมแปลงเอกสาร
สิทธิ์สำคัญ ต่าง ๆ ทั้งบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
หากไม่มีจับกุมนาย หลิวตาจง
อาชญากรทางเศรษฐกิจ ของจีนที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยได้ ขบวนการทุจริตครั้งนี้ก็คงยัง
ไม่ได้รับการเปิดโปง
เหตุการณ์ทำนองเดียวกันที่ไม่ได้รับการเปิดโปงคงมีอยู่ทั่วประเทศ
ในจำนวนและปริมาณ
ความสูญเสีย จำนวนมหาศาลที่ไม่มีใครทราบได้ ซึ่งหากเปรียบประเทศไทยเป็นชิ้นเค้ก
ก็คงเป็น
เค้กที่ถูกรุมกินจนไม่เหลือแม้ แต่เศษหรือครีม หรือเปรียบเหมือนแม่ที่ใกล้ตายโดยมีลูก
ๆ รุมล้อมอยู่..
ไม่ใช่เพื่อให้กำลังใจ แต่เพื่อที่จะแย่งชิง สมบัติของผู้เป็นแม่
มาให้ได้มากที่สุด
ฉันรักประเทศไทย
คำกล่าวนี้เป็นจริงเพียงใด คนไทยรักประเทศไทยแค่ไหน ดัชนีชี้วัด
ตัวหนึ่งที่สามารถ บอกได้คือ ดูจากภาพลักษณ์ปัญหา คอร์รัปชัน
ที่เกิดขึ้นในประเทศนั่นเอง
แม้ผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชัน
(Corruption Perceptions
Index) ของ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International)
ในปี
พ.ศ. 2543 ได้จัดให้ประเทศไทย ได้เลื่อนอันดับขึ้นมาเป็นอันดับที่
60 จากอันดับที่ 68 ในปี
พ.ศ. 2542 ก็ตาม (จากทั้งหมด 90 ประเทศ) แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า
การเกิดคอร์รัปชัน
ในประเทศไทยจะลดลงแต่อย่างใด เพราะเมื่อเทียบเป็นคะแนนของความ
โปร่งใสแล้ว
ประเทศไทยไม่ได้มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเลย
จากงานวิจัยของ
TDRI พบว่า โดยเฉลี่ยร้อยละ10-20 ของวงเงินงบประมาณในโครงการ
จัดจ้างคือ อัตราสินบนที่ต้องจ่ายให้กับนักการเมืองหรือข้าราชการที่เกี่ยวข้องในโครงการนั้น
ๆ
โดยบางโครงการที่มีลำดับ ขั้นตอนการอนุมัติที่ยาวนาน อาจต้องจ่ายเพิ่มสูงถึง
ร้อยละ 40 หรือ
มากกว่า จึงสามารถที่จะขอดำเนินการใน โครงการนั้น ๆ ได้ และจากงานวิจัยเชิงสำรวจเกี่ยวกับ
การคอร์รัปชันในประเทศไทยที่ธนาคารโลก ได้มอบหมาย ให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ทำการวิจัยพบว่า การจ่ายเงินพิเศษหรือค่าสินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้การติดต่อราชการ
ได้รับการอำนวยความสะดวกได้กลายเป็นประเพณีปฏิบัติสำหรับภาคธุรกิจไปแล้ว
โดยร้อยละ 79
ของผู้ประกอบการ ยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ธุรกิจจะต้องจ่ายเงินดังกล่าวนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สิ่งที่น่าวิตกกังวลยิ่งไปกว่านั้นคือ
หากผู้กระทำผิด คิดไม่ถึง หรือ ขาดจิตสำนึก ในการที่จะ
ตระหนัก ถึงความเสียหายอันเกิดจากการคอร์รัปชัน โดยไม่รู้หรือไม่ใส่ใจว่าการกระทำดังกล่าวจะส่ง
ผลเสียร้ายแรงต่อประเทศชาติตามมา เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ราชการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ในการโอน
สัญชาติให้กับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาเพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว
ย่อมทำให้อาชญากร
แผ่นดินจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาใช้ชีวิต ในเมืองไทยได้อย่างง่ายดาย
ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นแล้วก็ได
้ในขณะนี้ |
| |
|
| |
แม้ว่าในปัจจุบันประชาชนจะเริ่มตื่นตัวในการตรวจสอบคอร์รัปชันและการใช้อำนาจของรัฐใน
ทางมิชอบเพิ่มมากขึ้น ดังเช่น การที่ประชาชนจำนวนมากโทรศัพท์เข้าสู่รายการวิทยุ
โทรทัศน์แสดง
ความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนหนึ่งเริ่มที่จะไม่ยินยอมต่ออำนาจของรัฐที่ไม่
ชอบธรรมดังเช่นในอดีตที่ผ่านมาอีกต่อไป หรือจากการที่ผู้ว่ากทม.คนใหม่ออกมาประกาศ
การกวาดล้าง
เทศกิจที่เรียกเก็บเงินในทางทุจริต ทำให้บรรดาแม่ค้ามีความกล้าที่จะร้องเรียนหรือชี้ตัวเทศกิจที่เรียก
เก็บเงินนั้นด้วย เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นนิมิตหมายอันดีที่ชี้ให้เห็นว่าประชาชนในประเทศเริ่มที่จะไม่
ยอมต่อการใช้อำนาจของรัฐในทางที่ไม่ชอบธรรม และมีความกล้าที่จะเข้ามาร่วมตรวจสอบมากยิ่งขึ้น
แต่ก็ยังมีสัดส่วนที่น้อยมากเพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ในการที่ต่างฝ่ายต่างยินดีที่จะตอบแทน
ให้แก่กัน
การที่ข้าราชการ
นักการเมือง นักธุรกิจ และประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ยังไม่ได้เกิดความ
ตระหนักถึงความร้ายแรงของการคอร์รัปชัน ในการทำร้าย และ ทำลายทุกระบบของประเทศชาติ
รวมถึงในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมนั้น เนื่องมาจากคนในสังคมส่วนใหญ่ยังขาด
อุดมการณ์ และจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม รวมทั้งการที่ประเทศชาติไม่เคยมีอุดมการณ์ชาติที่จะยึดโยง
ให้คนแต่ละคนปรารถนาที่จะทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ จึงมีคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่มุ่งหมาย
จะเข้ามาอยู่ในระบบต่าง ๆ ในสังคมเพื่อปกป้องประโยชน์ของประเทศชาติ
ในขณะที่คนส่วนใหญ่
เข้ามาก็เพื่อประโยชน์ของตนเอง เพื่อประโยชน์ของพวกพ้องญาติมิตรในกลุ่มของตนเป็นสำคัญ
การที่จะสามารถบอกว่า
ประชาชนในสังคมมีความรักต่อประเทศชาติบ้านเมืองของตนมาก
น้อยเพียงใด จุดหนึ่งเราสามารถดูได้จาก อุดมการณ์ของประชาชนในประเทศชาตินั้น
ว่ามีความ
ปรารถนาที่จะทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง หรือ เพียงแต่มุ่งหวังที่จะกอบโกยหาผลประโยชน์
เข้าสู่ตัวเองแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นเอง การคอร์รัปชัน
จึงทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้วัดตัวสำคัญ ที่สามารถ
บอกได้อย่างชัดเจน ว่าคนในสังคมมีจิตสำนึกในความรักชาติ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
มากน้อย
เพียงใด
ถึงเวลาแล้วที่คนในชาติควรที่จะมาสำรวจถึงจิตสำนึกของตนเอง
ว่าเรามีความรักต่อประเทศ
ชาติของเรามากน้อยเพียงใด ความรักชาติไม่ควรรักแต่ปาก แต่ควรที่จะรักด้วยการกระทำ
ความรัก
ชาติที่แท้จริงจึงต้องแสดงออกด้วยการเห็นแก่ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ภายในชาติ
มากกว่าเห็นแก่
ประโยชน์ส่วนตัวเพียงเพื่อปากท้อง และเพื่อกระเป๋าของตนเอง ต้องรังเกียจพฤติกรรมต่าง
ๆ ที่ทำลาย
ชาติ เช่น การคอร์รัปชัน หรือ การรับสินบาตร คาดสินบน แต่ความรักชาติที่แท้จริงต้องอยู่บนฐานของ
การยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นหลัก |
| |
|
| |
| |
ถ้าเพียงแต่คนไทยส่วนใหญ่
จะมีจิตสำนึกของความรักชาติดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในใจ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งหากมี ผู้นำประชาชน จำนวนมาก ที่ทำการตรวจสอบ ความถูกต้องชอบธรรมของการใช้
อำนาจของรัฐอย่างกระตือรือร้นและเอาจริงเอาจังแล้ว การปราบปรามปัญหาการคอร์รัปชันในประเทศไทย
คงจะเกิดผลที่ดีกว่าในสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน และประเทศไทยที่รักยิ่งของเราคงจะไม่ได้
เป็นเพียงเด็กที่แคระแกร็นอีกต่อไป แต่จะเป็นเด็กที่เติบโตเติบใหญ่
เป็นประเทศที่แข็งแกร่ง โดยสามารถ
ที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองไปได้อย่างกว้างไกล และสามารถที่จะก้าวเข้าสู่เวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ิแน่นอน |
|
|
|
| |
 |
|
|